ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป
หลังจากที่เราเดินเที่ยวชมสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต
รวมถึงเที่ยวชมวิถีชีวิตผู้คน ตึกรามบ้านช่องในลอนดอนมาได้สัปดาห์กว่าๆ
ก็ได้เวลาหางานแล้ว
เนื่องจากเงินค่าใช้จ่ายที่ได้จากทุนฯของแฟนผมนั้นครอบคลุมแค่ในส่วนของเค้าคนเดียว
และในเมืองใหญ่ที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก
(บางปีขึ้นเป็นที่หนึ่งของโลกอีกต่างหาก) ทำให้ยิ่งต้องรีบหางานเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
จะได้ไม่กระทบกับเงินเก็บ(อันน้อยนิด) ที่นำติดตัวมาจากเมืองไทย
แล้วจะหางานที่ไหนล่ะ
ภาษาอังกฤษก็สื่อสารได้เพียงน้อยนิด ประสบการณ์ทำงานในลอนดอนก็เป็นศูนย์ ก่อนที่จะคิดไปไกล
เราได้ศึกษาข้อมูลก่อนมาแล้วว่า ลอนดอนเป็นเมืองที่มีคนไทยอยู่เป็นจำนวนมาก
และก็มีร้านอาหารไทยอยู่ไม่น้อยในลอนดอน เมื่อมีคนไทยและร้านอาหารไทย ก็ต้องมีสักที่ที่รับพนักงานเป็นคนไทยบ้างแหละน่า
ตอนนั้นเราไม่รู้จักใครเลยสักคนในลอนดอน
(จะว่าไม่รู้จักเลยก็ไม่เชิง
เราทักทายคนไทยคนหนึ่งที่มารอรับเราเพื่อให้กุญแจบ้านเช่าของพี่คนไทยที่เราติดต่อเช่าและมีโอกาสพูดคุยกันประมาณ
20 นาที) ฉะนั้น สิ่งแรกที่เรานึกถึงเพื่อช่วยเราสำหรับการหางานในลอนดอน
ก็คือเพื่อนสนิทของเราซึ่งกระตือรืนล้นในการหาข้อมูลให้เราอยู่เสมอ นั่นก็คือ Google
นั่นเอง และกูเกิ้ลเองก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง
เพราะแค่เราพิมพ์คำว่าหางานในลอนดอน กับหางานร้านอาหารในลอนดอน
ข้อมูลก็ขึ้นมาเพียบ เราก็ใข้วิธีการไล่โทรไปสมัครงานทีละร้านไปเรื่อยๆ
ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่าร้านไหนดี ร้านไหนดัง ใช้วิธีการโทรสุ่มไปเรื่อยๆ
ให้เดาว่าผมโทรไปกี่ร้าน ถึงจะได้งาน ... เฉลย โทรไป 5 ร้านครับ สี่ร้านแรกไม่รับเพราะเต็มทุกตำแหน่ง
แต่ร้านที่ห้าบอกเราให้ไปหาที่ร้านจะได้คุยกัน จริงๆเค้าอยากเห็นเราด้วยว่า
หน่วยก้านพอจะทำงานได้มั้ยด้วยแหละ นัดกันบ่ายสอง
โดยทางร้านบอกตำแหน่งร้านให้เสร็จสรรพ
ผมกับแฟนไปที่ร้านอาหารไทยนั้นหลังจากวางสายไปสักพัก
เนื่องจากเรายังไม่เคยไปแถวนั้น ก็เลยกะว่าไปเดินเล่นกันก่อนแล้วค่อยเข้าไปที่ร้าน
อ้อ ลืมบอกไปว่าร้านอยู่แถวไฮสตรีท เคนซิงตัน (High Street Kensington) ซึ่งพอไปถึงแถวนั้น เราก็เดินหาร้านก่อนเลย จะได้ไม่เสียเวลาเดินหาทีหลัง (กลัวเลยเวลานัด)
พอเจอแล้วเราก็เดินเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ
บริเวณที่ร้านตั้งอยู่เป็นแถบที่ค่อนข้างมีระดับ อยู่ในโซนหนึ่ง เป็นแหล่งชอปปิ้งและที่อยู่อาศัยที่แพงมากๆ
เราเข้าร้านเมื่อถึงเวลานัด
ร้านอาหารนี้จะมีสองชั้นคือชั้นพื้นดิน (Ground) และชั้นใต้ดิน ในลอนดอนนั้น
ตึกรามบ้านช่องและอาคารต่างๆจะมีชั้นใต้ดินกันเป็นจำนวนมาก
มีน้องพนักงานคนไทยพาเราไปพบป้าคนไทยคนหนึ่งชื่อป้ารส เป็นเจ้าของร้าน
จริงๆแล้วเป็นแม่เจ้าของร้าน ป้ารสก็ถามเราในเรื่องทั่วไป
เช่น เพิ่งมาจากเมืองไทยเหรอ มานานหรือยัง มาทำอะไร อยู่นานมั้ย
เคยทำงานร้านอาหารไทยมาบ้างหรือเปล่า เราก็ตอบป้ารสไปตามจริง
ว่าผมไม่เคยทำงานที่ร้านอาหารไทยมาก่อน
ส่วนแฟนผมเคยเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทยในออสเตรเลียมาบ้าง
ส่วนวีซ่าผมเป็นวีซ่าติดตาม สามารถทำงานได้เต็มเวลา ไม่มีปัญหา
แล้วป้ารสก็คุยเรื่องสัพเพเหระ เรื่องชีวิตของแกที่นี่ เรื่องครอบครัวแก
เรื่องร้านอาหารไทย เรื่องคนไทยในลอนดอน แล้วแกก็บอกว่า ตอนนี้ตำแหน่งที่จะให้ลง
ยังไม่แน่ใจว่าเต็มหรือเปล่าต้องถามลูกสาวอีกที ถ้าได้เรื่องอย่างไง
แกจะโทรบอกอีกที เราก็นึกว่าจะได้งาน .. แต่ไม่เป็นไร คิดว่าโทรหาไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ได้เอง
หลังจากนั้นสองวัน
ป้ารสแกก็โทรกลับมาจริงๆ แกบอกว่าที่ร้านเต็ม แต่ลูกสาวอยากให้ไปทำที่อีกร้านหนึ่ง
(ลูกสาวแกเปิดหลายร้าน) อยู่แถวฟูแล่มบรอดเวย์ (Fulham
Broadway) ให้เราไปหาลูกสาวแกที่ร้านนั้นตอนเย็นได้เลย
เป็นอันได้งานสมใจ
สรุปเราหางานอยู่
4-5 วันก็ได้งานแรก เป็นผู้ช่วยเชฟ พ่วงตำแหน่งล้างจานอีกตำแหน่งนึง ได้แค่แรงวันละ
25 ปอนด์ บวกทิป (เป็นทิปรวม ได้ทิปเท่าไหร่ก็จะเอามาหารกับจำนวนพนักงานที่ทำงานในวันนั้น)
ถือว่าเป็นงานแรกที่ได้ทำในลอนดอน แต่ไม่ใช่งานเดียวในลอนดอนที่ผมได้เคยทำครับ
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในโอกาสหน้าครับ
ลอนดอนสำหรับผม
หางานได้ไม่ยาก ไม่รู้จะทำอะไรก็วิ่งเข้าหาร้านอาหารไทยได้เลยครับ มีเยอะมาก
(แต่ก็ปิดไปไม่น้อย) และร้านอาหารไทย ส่วนมากก็มีคนไทยทำงานอยู่เยอะ
แต่ก็มีบางร้านเหมือนกันที่ไม่ใช่ของคนไทย และคนที่ทำงานในร้านก็ไม่ใช่คนไทย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น